รู้จักโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกา

ทำความรู้จักและเข้าใจ “ สายพันธุ์แอฟริกาใต้ เป็นสายพันธุ์เจ้าพ่อเบอร์ 1” ตามคำบอกของ นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย

ตามรายงานข่าวระบุว่า พบผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์แอฟริกา เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 32 ปี ชาว อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จากภรรยาชาวมาเลเซีย ลักลอบเดินทางกลับมาประเทศไทย ขณะที่ มาตรการการเฝ้าระวังสายพันธุ์แอฟริกา มีการส่งตรวจหาสายพันธุ์จำนวน 10 ราย พบเชื้อสายพันธุ์แอฟริกา 3 ราย รพ.ตากใบ ได้ทำการรักษาจนผู้ป่วยทั้ง 3 ราย หายป่วยกลับบ้านแล้ว นั่นหมายความว่า ณ วันนี้ประเทศไทยของเรา มีสายพันธุ์โควิด-19 เพิ่มมาอีกหนึ่งคือ สายพันธุ์แอฟริกา และถึงแม้ว่าจะรักษาหายแล้วก็ตาม

สายพันธุ์ที่ นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย บอกว่า  สายพันธุ์แอฟริกาใต้ เป็นสายพันธุ์เจ้าพ่อเบอร์ 1”

สายพันธุ์แอฟริกาใต้มีความสามารถในการแพร่กระจายโรคได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดอาการรุนแรง และผลจากการศึกษาทางระบาดวิทยาพบว่า สายพันธุ์ดังกล่าวดื้อต่อวัคซีนแทบทุกชนิด นพ.ธีระวัฒน์ ระบุ

อย่างไรก็ตาม รายงาน ระบุว่า เชื้อสายตระกูล B.1.351 มีการกลายพันธุ์ในตำแหน่งที่คาดว่ามีผลกระทบต่อการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันมนุษย์ต่อไวรัส และลดประสิทธิภาพการทำงานของวัคซีน แต่ไม่ได้หมายความว่า วัคซีนจะใช้ไม่ได้ เพียงแต่ต้องเพิ่มอัตราส่วนประชากรผู้ได้รับวัคซีนให้สูงขึ้น เพื่อให้เกิดการป้องกันระดับประชากร

มาดูว่า สายพันธุ์แอฟริกาใต้ คืออะไร ซึ่งจากการถอดรหัสพันธุกรรมระดับจีโนมพบว่าเป็นเชื้อสายตระกูล B.1351 ตามระบบ PANGO พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ และได้รับการตรวจพบอย่างน้อย 60 ประเทศ รวมทั้งสหรัฐอเมริกา

สายพันธุ์แอฟริกาใต้ อันตรายแค่ไหน
การค้นพบและการแพร่กระจายของเชื้อในแอฟริกาใต้ นักวิจัยชาวแอฟริกาใต้ กล่าวว่า B.1.351 อาจติดต่อได้มากขึ้นกว่า 50% ในการเกาะยึดติดเชื้อในเซลล์ของมนุษย์ คือติดต่อได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อินเดีย หรือ อังกฤษ  

ด้าน ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการแพทย์แม่นยำ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล  ให้ข้อมูลถึง สายพันธุ์แอฟริกาใต้ ระบุว่า วัคซีนที่ได้ผลกับสายพันธุ์นี้มีแค่ไฟเซอร์ (Pfizer) และอาจรวมถึงโมเดอร์นา (Moderna) ด้วย ที่ 75%, จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (J&J) ที่ 64-66% และ โนวาแว็กซ์ (Novavax) ที่ 60.1% (สำหรับ non-HIV)

ส่วนแอสตร้าเซเนก้า (AstraZeneca) เหลือแค่ 10.4% และสำหรับซิโนแวค (Sinovac) ถ้าเทียบระดับแอนติบอดีที่ขึ้นหลังฉีดแล้วคาดว่าคงแทบไม่ได้ผลเช่นกัน

ดังนั้น ศ.นพ.มานพ ระบุว่า อาจถึงเวลาที่ภาครัฐจะต้องเปลี่ยนนโยบาย เร่งนำเข้า ไฟเซอร์ , โมเดอร์นา และ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน มาให้เพียงพอและครอบคลุมประชากร ถ้าปล่อยให้ B.1.351 ระบาดนี่อาจดูไม่จืดเลย

สาเหตุหลักที่ทำให้ B.1.351 ดื้อต่อวัคซีนและแอนติบอดีมากคือ

การกลายพันธุ์ในตำแหน่ง E484 บนโปรตีนสไปค์ (spike protein) ที่เป็น E484K คือเปลี่ยนกรดอะมิโนจาก กลูตาเมต (glutamate) ไปเป็นไลซีน (lysine) มีผลทำให้แอนติบอดี จับกับโปรตีนสไปค์ได้ยาก นอกจากนี้การกลายพันธุ์ในตำแหน่งอื่นที่สำคัญคือ N501Y ที่เหมือนกับสายพันธุ์อังกฤษ ทำให้เชื้อจับกับตัวรับบนผิวเซลล์มนุษย์ได้ดีขึ้น แถมยังเจอ K417N ซึ่งทำให้เชื้อจับกับเซลล์ได้ดีขึ้นด้วย

ในปัจจุบัน B.1.351 เป็นสายพันธุ์ที่ดื้อต่อวัคซีนและแอนติบอดีที่สุด รองลงมาคือ P.1 หรือสายพันธุ์บราซิล ซึ่งมี E484K เช่นกัน ส่วนสายพันธุ์ อินเดีย ที่ก่อนหน้านี้ระบาดคือ B.1.617.1 มีการกลายพันธุ์ในตำแหน่งเดียวกันแต่เป็น E484Q ทำให้ดื้อบ้างแต่ไม่เท่ากับ B.1.351 แต่สายพันธุ์อินเดียที่ระบาดหนักในขณะนี้ และเพิ่งพบในบ้านเราคือ B.1.617.2 ไม่พบ E484Q ซึ่งคาดว่าสายพันธุ์นี้ไม่น่าจะดื้อต่อวัคซีน