ยาต้านไวรัส-covid-19

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) ที่ระบาดอย่างรวดเร็ว ทำให้ทั่วโลกกำลังคิดค้นและผลิตยาที่ช่วยต้านไวรัสชนิดนี้โดยเฉพาะ แม้ในเวลานี้ยังไม่มีวัคซีนหรือยาตัวใดที่ใช้รักษาได้โดยตรง แต่หลายประเทศได้ทดลองนำยารักษาโรคอื่นที่มีความใกล้เคียงกันมาใช้รักษาโรคติดเชื้อโควิด-19 กันอยู่

ยาต้านไวรัส COVID - 19

“กรณียาที่ใช้รักษาผู้ป่วยโรคไวรัสโคโรนา 2019 เดิมมียาฟาวิพิราเวียร์ อยู่ในประเทศไทยประมาณ 5,000 เม็ด ภายหลังประเทศจีนได้บริจาคเพิ่มมาอีก 2,000 เม็ด และประเทศไทยเองได้ทำการสั่งซื้อเข้ามาอีกประมาณ 40,000 เม็ด เพื่อเป็นการเตรียมการรองรับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า จากสถิติผู้ป่วยภายในประเทศจีนมีจำนวนร้อยละ 80 เป็นผู้ป่วยที่มีอาการเบา ร้อยละ 20 คือผู้ป่วยที่นอนอยู่ในโรงพยาบาล และอีกร้อยละ 5 เป็นผู้ป่วยที่มีอาการหนัก คณะกรรมการที่ดูแลการรักษาก็จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ใช้ยาในการรักษาที่ไม่ใช่เพียงการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์เท่านั้น แต่มีการใช้ยาอย่างอื่นร่วมด้วย ซึ่งขณะนี้ทางทีมคณะทำงานกำลังทำผังการดำเนินการอยู่ ยาที่ได้มาจำนวน 50,000 เม็ด เป็นการกระจายไปใช้ตามความเสี่ยงตามแต่ละพื้นที่ จากข้อมูลในประเทศไทยพบว่าผู้ป่วยจำนวน 30 ราย อยู่ในการรักษาของพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยาก็จะกระจายอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็สามารถหมุนเวียนไปใช้ตามพื้นที่ต่างๆได้เช่นกัน อย่างเช่นกรณีของหน้ากากอนามัย ทางกรมการแพทย์เองก็ไม่ได้มีมาก แต่เราใช้มาตรการในการปรับทรัพยากรเพื่อใช้ร่วมกัน” นพ.ณรงค์ กล่าว

นอกจากนี้ นพ.ณรงค์กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับยาตัวนี้มาจากประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่น โดยมีข่าวดีว่าประเทศจีนมีสถานการณ์ของการแพร่ระบาดโรคลดลง จีนเองก็จะมีทรัพยากรมากขึ้น เช่น หน้ากากอนามัย ยา ชุดป้องกัน PPE หมวก แว่นตา เป็นต้น และได้มีการเสนอประเทศไทยมาแล้วว่าหากมีความจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรใดให้แจ้งไปทางประเทศจีนได้เลย แต่อยู่ในระหว่างการประสานกันต่อไป ในส่วนของยาที่มีสำรองในขณะนี้ภายในประเทศไทย สามารถใช้รักษาผู้ป่วยได้ 1,000 ราย โดยคิดเป็นอัตราการใช้ 1 คอร์ส คือ ผู้ป่วย 1 ราย ใช้ยาประมาณ 50 เม็ด โดยจะมีการจ่ายยาวันละ 4 เม็ด เป็นการใช้สูตร 2×2 คือ จ่ายยาครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 เวลา แต่ผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องใช้การรักษา 2 คอร์ส และในผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 50 รายนั้นก็ไม่ได้มีการใช้ยาตัวนี้ในทุกราย